** Collection Marc Jacobs **
** Collection Louis Vuitton **
** Collection Ray Ban **
** Collection Gucci **
** Collection Dior **
……..เพื่อนๆคนที่ชอบเป็นคนชอบแว่นรักแว่น อยากให้มาลองอ่านโพสนี้กันก่อนนะคะ ^__^ ……
ประโยชน์ของแว่นกันแดดที่สำคัญนอกเหนือไปจากความเท่ เก๋ไก๋ และช่วยเสริมบุคลิกแล้ว ยังช่วยลดแสงกระจายและความจ้าของแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายตาขึ้น
และที่สำคัญที่สุดแว่นกันแดดที่ดีจะต้องช่วยกรองและลดปริมาณแสงรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีที่จะเข้ามาทำอันตรายต่อดวงตาของเราได้ ทั้งนี้จักษุแพทย์จะแนะนำให้สวมใส่แว่นกันแดดตลอดเวลาที่อยู่กลางแจ้งในเวลากลางวัน เพื่อป้องกันโรคของดวงตาที่เกิดจากการได้รับรังสียูวีจากแสงแดด เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ เป็นต้น หรือสวมแว่นขณะขับรถ ช่วงฝนตกหรือกระทั่งในเวลากลางคืน เพื่อดวงตาที่สวยใสและความปลอดภัย เห็นชัด ดวงตาจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆ
By momay ^^
ใครจะศึกษาโลกอื่น ก็ให้เขาศึกษาไปเถิด แต่ท่านจงศึกษาตัวท่านเอง
(อีเมอร์สัน)
แว่นกันแดด ของใช้คู่กายของใครหลายๆ คน
ว่ากันว่าแว่นกันแดดมีวิวัฒนาการมาจากการที่จักรพรรดินีโร แห่งอาณาจักรโรมัน ทรงชื่นชอบการทอดพระเนตรการต่อสู้ระหว่างนักสู้และสิงโต ซึ่งเป็นการแสดงเพื่อล่ารางวัลที่ได้รับความนิยมกันในสมัยนั้น โดยพระองค์จะทอดพระเนตรการแสดงกลางแจ้ง ผ่านอัญมณีที่เจียระไนแล้ว คล้ายมรกต เพื่อเป็นการกรองแสงอีกชั้นหนึ่ง
ทว่า แว่นกันแดดเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในประเทศจีน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 หรืออาจจะก่อนหน้านั้น ตัวเลนส์ทั้ง 2 ชิ้นของแว่นมีลักษณะแบนเหมือนกระจกบานหน้าต่าง ทำจากแร่ควอทซ์หรือหินเขี้ยวหนุมานสีเขม่า แม้จะไม่ได้มีการดัดแปลงแก้ไขให้เป็นเลนส์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็สามารถปกป้องดวงตาจากแสงจ้าได้ ตามบันทึกในเอกสารสมัยใหม่ของจีน อธิบายการใช้แว่นในสมัยนั้นไว้ว่า ผู้พิพากษาในศาลจะใช้แว่นเพื่อปิดบังสีหน้าแววตา ขณะที่สอบปากคำพยานในศาล เพื่อขจัดความลำเอียง ที่อาจทำให้การพิจารณาคดีไม่โปร่งใส
ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 เจมส์ อีสคัฟ ชาวอังกฤษได้ทดลองย้อมสีเลนส์ของแว่นตาด้วยสีฟ้า และสีเขียว โดยเชื่อว่า จะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องในการมองเห็นผ่านแสงอาทิตย์ได้ แต่ไม่ได้คำนึงถึงการป้องกันดวงตาจากแสงอาทิตย์ที่กระทบโดยตรงกับดวงตา ซึ่งยังไม่เป็นแว่นกันแดดที่สมบูรณ์
ในปี 1929 แซม ฟอสเตอร์ เป็นผู้นำการผลิตแว่นกันแดดครั้งละมากๆ และมีราคาถูก เป็นรายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้ตีตลาดแถบชายหาด ของเมืองแอตแลนติก ซิตี้ ในมลรัฐนิวเจอร์ซีย์เป็นที่แรก ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ฟอสเตอร์ แกรนท์” ของเขาเอง
อย่างไรก็ดี เลนส์ของแว่นกันแดดที่ผลิตกันก่อนหน้านี้ ยังเป็นเลนส์ที่ไม่สามารถบังคับคลื่นแสงให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน จนกระทั่งปี 1936 เอ็ดวิน เอช แลนด์ เป็นผู้ริเริ่มทดลอง เปลี่ยนเลนส์ของแว่นกันแดด เป็นแผ่นโพลารอยด์ ซึ่งเป็นแผ่นกรองแสงแบบโปร่งใส ที่เขาได้จดสิทธิบัตรไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งถือเป็นแม่แบบของแว่นกันแดดในปัจจุบัน
พัฒนาการของแว่นกันแดดอาจจะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ โดยเมื่อปี 2004 ผู้ผลิตแว่นกันแดดยี่ห้อดัง “Oakley”ของสหรัฐฯ ได้พัฒนาแว่นกันแดดที่มีเครื่องเล่นดิจิตอลในตัว ในอนาคตใครจะไปรู้ว่าแว่นกันแดดธรรมดาๆ คันหนึ่งอาจจะมีลูกเล่นให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบได้ฮือฮากันอีกก็ได้